UFABETWINS ทำไมไลโอเนลเมสซี่ไม่สนใจลูกใน“ นาทีแรก” ของเกม

UFABETWINS

คุณคงสังเกตเห็นแล้วว่าไลโอเนลเมสซี่ไม่ได้มีส่วนร่วมในช่วงเวลาเปิดตัวของเกม แต่มีวิธีการเบื้องหลังอัจฉริยะของเขาตามที่ผู้จัดการของบาร์เซโลนา Ernesto Valverde กล่าว

ในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับวิธีที่บาร์เซโลนาเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของฟุตบอล 55 ปีซึ่งแทนที่หลุยส์เอ็นริเกเป็นผู้จัดการในปี 2560 อธิบายว่าผู้เล่นของเขาหลายคน “ตีความการเล่น”

เขาบอกกับThe Financial Timesว่า “คุณคิดไม่ออกคุณต้องเล่น” เมื่ออยู่ในสนาม แต่เขายอมรับว่าไลโอเนลเมสซี่เป็นข้อยกเว้นสำหรับวิธีการดังกล่าว

เมสซี่มักจะสงวน “นาทีแรก” ของการแข่งขันแต่ละครั้งเพื่อการตีความ

แทนที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนการเปิดเขาไม่สนใจลูกบอลและตรวจสอบฝ่ายตรงข้ามโดยเดินไปรอบ ๆ พวกเขา

เมสซี่คอยเฝ้าดูทุกขั้นตอนอย่างละเอียดพร้อมรายละเอียดที่พิถีพิถันแก้ไขทุกความเคลื่อนไหวของตำแหน่งฝ่ายค้านในหัวของเขาขณะที่มองเห็นจุดอ่อนในเกม

“ เมื่อเกมก้าวหน้าเขาจะได้รับทีละเล็กทีละน้อย แต่เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของคู่แข่งอยู่ตรงไหน ” Valverde กล่าว

UFABETWINS

ในคุณสมบัติประธานสโมสร Josep Bartomeu พูดเกี่ยวกับวิธีที่ผู้เล่นปฏิเสธ Barca ในอดีตเนื่องจากการแข่งขันที่น่าเหลือเชื่อภายในทีม

ด้วยผู้เล่นอย่าง Lionel Messi, Xavi และ Andres Iniesta ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามันยากที่จะบุกเข้าไปใน XI ที่เริ่มต้น:

“ผู้เล่นทุกคนที่ฉันต้องการลงนามไม่ได้มาที่บาร์เซโลนา” Bartomeu อธิบาย

UFABETWINS

“ฉันมีตัวอย่างที่ฉันไม่สามารถพูดได้ – ผู้เล่นที่สำคัญมากตอนนี้เล่นที่สโมสรอื่น ๆ เราบอกให้พวกเขามาพวกเขาตื่นเต้น แต่ในวินาทีสุดท้ายพวกเขาพูดว่า: ‘ฉันไม่สามารถเซ็นเพราะฉันจะอยู่บนม้านั่ง’

“เราไม่ต้องการให้พวกเขาบางครั้งพวกเขาไม่แข็งแรงพอที่จะพูดว่า: ‘คุณต้องการให้ฉันเล่นที่ไหน Xavi กำลังเล่นทำไมคุณต้องการฉันฉันคุณไม่ต้องการให้ฉันเล่นในตำแหน่งของ Lionel Messi? ลาด,'”

สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ Barcelona จะไม่สามารถแทนที่ Lionel Messi ในช่วงชีวิตของเรา

5 แมตช์แห่งความทรงจำ “เอล กลาซิโก

ซึ่งคราวนี้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด จะเป็นฝ่ายเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ในวันอาทิตย์นี้ (22 เม.ย.) เวลา 01.45 น. โดยเกมที่จะระเบิดศึกขึ้นที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ถือเป็นศึกเอล กลาซิโก ครั้งที่ 233 ในประวัติศาสตร์ (นับเฉพาะเกมอย่างเป็นทางการ) โดย ราชันชุดขาว มีสถิติที่เหนือกว่าเล็กน้อย ชนะ 93 แพ้ 90 และ เสมอ 50
อย่างไรก็ตามก่อนที่ทั้งสองทีมจะต้องลงเผชิญหน้ากันในสนาม วันนี้เราจะขอพาไปย้อนดู 5 แมตช์เอล กลาซิโก แห่งความทรงจำในรอบ 10 ปีหลังสุด ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างกับแมตช์ที่แฟนลูกหนังให้ความสนในเกือบทั่วทุกมุมโลก

บาร์เซโลนา 5-0 เรอัล มาดริด (29 พ.ย. 2010)

นี่คือเอล กลาซิโกครั้งแรกของโชเซ มูรินโญ กุนซือที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแท็คติกและที่สำคัญเพิ่งพาอินเตอร์ มิลาน คว้าทริปเปิลแชมป์ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการปราบ บาร์เซโลนา ในรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยก่อนที่ทั้งคู่จะลงเผชิญหน้ากัน มูรินโญ มีสถิติที่สวยหรู เมื่อเอาชนะ 10 จาก 12 นัด และยังไม่แพ้ทีมใดในลีก แถมยังเสริมทัพด้วยผู้เล่นอย่าง เมซุต โอซิล, ซามี เคดิรา และ ชาบี อลอนโซ เพื่อหวังเขี่ย บาร์ซา ตกจากบัลลังก์
อย่างไรก็ตามเกมดังกล่าวจบลงด้วยการที่ บาร์เซโลนา เปิดบ้านถล่มเรอัล มาดริด ไปขาดลอย 5-0 จากการเรียงหน้ากันทำประตูของ ชาบี เอร์นานเดซ, เปโดร โรดริเกซ, ดาบิด บียา 2 ประตู ก่อนที่จะมาได้ประตูปิดท้ายจากเจฟเฟรน ซัวเรซ โดยเกมนี้มีถึง 13 ใบเหลือง กับ 1 ใบแดงของ เซร์คิโอ รามอส ที่โดนไล่ออกจากสนามหลังไปไล่อัด ลิโอเนล เมสซี จนเกิดเรื่องวุ่นวายในช่วงท้ายเกม
มูรินโญ พูดถึงเกมนี้ว่า “เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะทุกเกมจนจบฤดูกาล แต่ก็รู้สึกประหลาดใจกับผลการแข่งขันอันเลวร้ายที่ออกมาในคืนนั้น”
จบฤดูกาล บาร์เซโลนา สามารถป้องกันแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันได้สำเร็จ โดยมีแต้มห่างจาก เรอัล มาดริด รองแชมป์ 4 คะแนน

บาร์เซโลนา 2-2 เรอัล มาดริด ( 7 ต.ค. 2012)

อีกหนึ่งเกมที่เกิดขึ้นในถิ่นคัมป์ นู โดยแมตช์นี้ถูกยกให้เป็นเกมที่เข้าขั้นคลาสสิกเลยทีเดียว เมื่อซูเปอร์สตาร์ชูโรงของทั้ง 2 ทีม อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด กับ ลิโอเนล เมสซี ต่างโชว์ฟอร์มการเล่นชนิดสะกดสายตาคนดูซะอยู่หมัด พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าทำไมทั้งคู่ถึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะที่ดี่สุดของโลก
เปิดฉากมา 23 นาที โรนัลโด รับบอลจาก คาริม เบนเซมา ก่อนหลุดเข้าไปยิงเสียบมุมที่เสาแรกให้เรอัล มาดริด ขึ้นนำก่อน 1-0 แต่อีก 8 นาทีต่อมาจากความผิดพลาดในแนวรับของทีมเยือนทำให้ เมสซี หลุดเข้าไปยิงตีเสมอเป็น 1-1 จากนั้นในครึ่งหลัง เมสซี คนเดิมมาบวกประตูที่สองของตัวเองจากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาหน้ากรอบเขตโทษให้บาร์ซาพลิกขึ้นมานำ 2-1 เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยสามแต้มของเจ้าถิ่นอยู่แล้ว แต่โรนัลโด ที่ครึ่งหลังมีปัญหาบาดเจ็บไหล่หลุดจากการตีลังกายิงพลาดลงพื้นไม่ดี แต่ยังกัดฟันเล่นต่อจนยิงประตูตีเสมอ 2-2 ได้ในที่สุด

เรอัล มาดริด 4-1 บาร์เซโลนา (7 พ.ย.2008)

ฤดูกาล 2007/2008 ถือเป็นซีซั่นที่ยอดเยี่ยมและน่าจดจำสำหรับขุนพล “โลส บลังโกส” เมื่อสามารถเอาชนะบาร์เซโลนาในเอล กลาซิโก ได้แบบไปกลับ โดยเกมแรกราชันชุดขาวบุกไปเฉือนชนะที่คัมป์ นู 1-0 ขณะที่เกมนัดที่สองทั้งคู่ต้องมาเจอกันเมื่อเหลือการแข่งขันอีก 3 นัดสุดท้ายจะจบฤดูกาล
การพบกันที่เบร์นาเบวหนนี้ ราอูล กอนซาเลซ ซัดให้ทีมขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ 13 นาทีแรก จากนั้นรูปเกมทั้งหมดยังเป็นฝั่งราชันชุดขาวที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและมาได้เพิ่มอีก 3 ประตูจาก อาร์เยน ร็อบเบน, กอนซาโล อิกวาอิน และจุดโทษของ รุด ฟาน นิสเตลรอย แม้ท้ายเกม“อาซูลกรานา”จะมาได้ประตูตีไข่แตกจาก เธียรี อองรี
แต่สุดท้ายสามแต้มก็ตกเป็นของเรอัล มาดริด ก่อนที่ทีมราชันชุดขาวจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ลา ลีกาไปครองพร้อมกับทิ้งห่าง บียาร์เรอัล ที่ปีนั้นสามารถพุ่งขึ้นมาจบที่อันดับ 2 ถึง 8 แต้ม ส่วน บาร์เซโลนา ทำได้แค่จบอันดับ 3 และมีแต้มห่างจากคู่ปรับตลอดกาลของพวกเขาอยู่ถึง 18 แต้มเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม >>> WINS UFABET

เทคนิคดีๆที่เพิ่มกำไร คลิกเลย >>> https://goshengourmetcafe.com