UFABETWINS วิกฤติไก่ เอาไงดี?

UFABETWINS 

UFABETWINS  ถ้าหาก ลิเวอร์พูล เจอกับสัปดาห์น่าผิดหวังที่อดทำสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีก ต่อด้วยตกรอบบอลถ้วย เอฟเอ คัพ ต้องบอกเลยว่านั่นเป็นเรื่องจิ๊บๆ เมื่อเทียบกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ สเปอร์ส ตัดสินใจไล่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ออกจากตำแหน่ง แล้วแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ มาคุมทีมแทน พวกเขาตั้งเป้าหมายว่ากุนซือชาวโปรตุกีส จะพาไก่เดือยทองยกระดับจาก “ทีมที่แค่ลุ้นท็อปโฟร์” ไปสู่ทีมที่มีโทรฟี่ติดตู้โชว์ของสโมสร
แต่ไปๆ มาๆ แค่ความพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการในช่วงเวลาห่างกันเพียง 2 สัปดาห์ กำลังจะทำให้ สเปอร์ส ผิดหวังจากเป้าหมายทุกอย่างที่ตั้งไว้ในฤดูกาลนี้
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาปราชัยต่อ แอร์เบ ไลป์ซิก คาบ้าน 0-1 ในเลกแรก ทำให้คืนวันอังคารหน้า ที่จะต้องบุกไปแก้มือที่เยอรมนี คืองานช้างสุดๆ
เกมลีก 2 นัดหลังสุดที่ล้วนเป็นแมตช์สำคัญ ก็พ่ายให้คู่ปรับลุ้นทำอันดับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อทั้ง เชลซี 2-1 และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-3
และล่าสุด ถ้วยที่มีความหวังสูงสุดว่าจะได้ลุ้นอย่าง เอฟเอ คัพ พวกเขาก็ยังไม่ดีพอที่จะเปิดบ้านดับ นอริช เมื่อโดนทีเด็ดของ โยซิป เดอร์มิช ที่ฉวยโอกาสจากจังหวะรับบอลไม่อยู่ของ มิเชล ฟอร์ม ไล่ตามเจ๊า 1-1 ในช่วงท้ายเกม
แล้วพอสกอร์ยืดเยื้อจนถึงช่วงดวลจุดโทษ กลายเป็นว่า ทิม ครูล คือฮีโร่โชว์ 2 เซฟ บวกกับการซัดพลาดเองของ เอริค ลาเมล่า ทำให้ นอริช ที่เป็นฝ่ายได้ยิงทีหลังในช่วงดวลเป้า พลิกเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแทน
แม้จะเคยคว้าแชมป์ทุกรายการในอังกฤษ แต่สถิติการคุมทุกทีมในแดนผู้ดี มูรินโญ่ แพ้การดวลจุดโทษแบบ 100% ตลอดทั้ง 7 ครั้งที่เกมต้องตัดสินกันถึงฎีกา
สมัยคุม เชลซี ทั้ง 2 ภาค เขาพ่ายแพ้ในช่วงดวลเป้าถึง 5 หน
เริ่มตั้งแต่ปี 2005 โดน ชาร์ลตัน แอธเลติก ถีบตกรอบ ลีก คัพ, โดน ลิเวอร์พูล เขี่ยตกรอบรอง แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2006-07 และแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ก่อนเปิดซีซั่น 2007-08
จากนั้นพอกลับมาคุมสิงห์บลูส์รอบสองเมื่อปี 2013 ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ (แชมป์เดียวในยุโรปที่เขาไม่เคยได้) เมื่อพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค แล้วช่วงก่อนจะโดน โรมัน อบราโมวิช ไล่ออกไม่กี่เดือนในฤดูกาล 2015-16 ก็พา เชลซี ตกรอบ 4 ลีก คัพเพราะแพ้ สโต๊ค ซิตี้ ไปอีก
สมัยที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พาทีมดวลจุดโทษแพ้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในศึก คาราบาว คัพ
แล้วอาถรรพ์ก็ยังคงดำเนินต่อไป ในการมาเป็นนายใหญ่ สเปอร์ส เมื่อมาเจอความเหนียบหนึบของ ทิม ครูล 
UFABETWINS
สำหรับความปราชัยในเกมนัดล่าสุด สเปอร์ส แทบไม่ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเหนือกว่าทีมที่รั้งอันดับสุดท้ายพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้ เพราะรูปเกมออกมาโคตรสูสี (ครองบอลเท่ากัน 50-50, โอกาสยิง 19 ต่อ 18 และตรงกรอบ 7 ต่อ 6)
แล้วการที่มาแพ้ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน นอกจากเครดิตความเก่งกาจในการเซฟจุดโทษระดับมือฉมังของ ทิม ครูล แล้ว อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือ สเปอร์ส ไร้ประสิทธิภาพเอง นับตั้งแต่ แฮร์รี่ เคน กับ ซอน ฮึง-มิน บาดเจ็บต้องพักยาว
การขาดศูนย์หน้าตัวเป้าขนานแท้อย่าง แฮร์รี่ เคน ไปจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ว่าแย่แล้ว พอไม่มีสตาร์ทีมชาติเกาหลีใต้ไปอีกคน กลายเป็นเรื่องที่แย่กว่า
ก่อนจะแขนหักจนต้องพักยาวไม่มีกำหนดแบบงงๆ หลังจบเกมที่บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 หัวหอกหน้าตี๋ทำหน้าที่ “เดอะแบก” เมื่อยิงได้ 5 นัดติดต่อกัน และพาทีมไม่แพ้ใครเลยในช่วงดังกล่าว จนสถานการณ์ของทีมกลับมาดูดีอีกครั้ง
แต่พอสตาร์โสมขาวต้องร้างสนาม กลายเป็นว่า สเปอร์ส ที่ต้องหวังพึ่ง เดเล่ อัลลี่, ลูคัส มูร่า และ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ ในการเป็นความหวังล่าประตูแทน ก็ชนะใครไม่เป็นอีก
4 นัดหลังสุด ไก่เดือยทองยิงได้ 4 ประตู แต่มาจากผู้เล่นแนวรุกแค่คนเดียวคือ เบิร์กไวน์ ซึ่งตำแหน่งถนัดเป็นปีกซ้าย
นอกนั้นเป็นผลงานของกองหลังอย่าง แซร์จ โอริเย่ร์ ในเกมเจอวูล์ฟส์ กับ ยาน แฟร์ตองเก้น โขกนำนอริชในบอลถ้วย ส่วนอีกลูกคือการทำเข้าประตูตัวเองของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังเชลซี
เดเล่ อัลลี่, เอริค ลาเมล่า และ ลูคัส มูร่า ยังพึ่งพาอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นกับการรับบทกองหน้าจำเป็น
แล้วก็น่าคิดว่า สเปอร์ส จะพบกับความลำบากยากเย็น ในการลุ้นชนะคู่แข่งไปอีกนานแค่ไหน ในเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา สโมสรไว้ใจแล้วกับการมีตัวเลือกกองหน้าอย่างจำกัด
การที่ 2 ดาวยิงตัวความหวังเจ็บยาว แน่นอนว่ามันอยู่เหนือการควบคุมของ โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วก็คงจะโทษเขา 100% ไม่ได้ เพราะสภาพทีมแบบนี้ ให้ใครมาคุมก็ปวดไมเกรนทั้งนั้น
แต่อดีตกุนซือดีกรีแชมป์ยุโรป 2 สมัย ยังไงก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบอยู่ดี อย่างน้อยก็คือเรื่องของการสติแตกจนใช้แท็กติกสับสนกันเองไปหมดตลอด 4 เกมล่าสุดที่ไม่รู้จักกับชัยชนะ
จาก 4-4-2 ที่ดัน เดเล่ อัลลี่ ขึ้นสูงไปยืนกองหน้าคู่กับ ลูคัส มูร่า ในเกมแพ้ ไลป์ซิก พอไปเยือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ปรับโหมดไปเน้นเกมรับเต็มรูปแบบด้วยแผน 5-4-1 แล้วก็เอา เชลซี ไม่อยู่ จนโอกาสแซงขึ้นที่ 4 หลุดมือไปอีก
เกมพรีเมียร์ลีกนัดพ่าย วูล์ฟส์ คาบ้าน ปรับไปใช้ระบบ 3-4-3 เน้นการโจมตีจากริมเส้น แต่ก็โดนทีเด็ดของทีมหมาป่า ที่เชี่ยวชาญกับระบบนี้มากกว่ามาแต่ไหนแต่ไร อัดซะหงายเก๋งคาเล้าตัวเอง
ส่วนการเปิดบ้านเจอนกขมิ้น คราวนี้พวกเขากลับสู่แท็กติกเบสิคของตัวเองอีกครั้งอย่าง 4-2-3-1
แต่การขาดความมั่นใจในการเดินเกมรุกเพราะไม่มีกองหน้าไว้ใจได้ ทำให้พวกเขาไม่กล้าบุกมากนัก หลังจากได้ประตูที่ต้องการ และทำให้ทีมนกขมิ้นที่ได้ลุ้นกว่าในครึ่งหลัง เร่งเครื่องจนตีเสมอในช่วงท้ายเกม ซึ่งหลังจากนั้นก็อย่างที่รู้กันว่ามันจบลงยังไง
ย้อนไปตอนที่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ก่อนแข่ง เขาพยายามตอบโต้แฟนบอล สเปอร์ส ที่เรียกร้องให้ใช้งานดาวรุ่งวัย 18 ปีอย่าง ทรอย แพร์ร็อตต์ รับบทหัวหอกตัวจริง โดยชี้ว่าพวกคนเหล่านั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านักเตะที่ตัวเองเชียร์ให้ได้ลงเล่น มันจะช่วยทีมได้แค่ไหน
“นี่คือโลกที่มีผู้คนอยู่หลายคน พวกเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่า ทรอย ไว้ผมยาวหรือผมสั้น เขาผมบลอนด์หรือผมสีเข้ม พวกเขาไม่รู้อะไรเลยแต่พากันเรียกร้องว่า ทรอยต้องได้ลง ทรอยต้องได้ลง”
“มันมีพวกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังผมตรงม้านั่งสำรองในวันอื่นๆ บอกว่าให้เอาทรอยลง ผมไม่คิดว่าพวกเขารู้จักทรอยหรอก”
การตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยการดวลจุดโทษนัดล่าสุด ทำให้ มูรินโญ่ พา สเปอร์ส พุ่งชนความพ่ายแพ้นับรวมทุกรายการเป็นครั้งที่ 9 เข้าไปแล้ว ในช่วงเวลาห่างกันไม่ถึง 4 เดือน
เป็นสถิติการปราชัยบ่อยกว่าฤดูกาล 2018-19 ช่วงที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ว่าแย่ๆ ก่อนโดนไล่ออกเสียอีก เพราะตอนนั้นเขาพาทีมแพ้รวมทุกถ้วย (ดวลจุดโทษแพ้ก็ถือว่าแพ้) ไปทั้งหมด 8 นัด
ตอนที่เขาโดนทีมปีศาจแดงปลดออก มีการถกเถียงกันว่าเขาคือแพะรับบาปของบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด หรือไม่ ที่ปล่อยให้ขุมกำลังมีคุณภาพสู้คู่แข่งชั้นนำไม่ได้ แล้วก็นำมาสู่อาการติสต์แตก จนทุกอย่างแย่ไปหมด ทั้งผลการแข่งขัน และบรรยากาศในทีม
สิ่งที่เขากำลังเจออยู่ที่ สเปอร์ส มันก็เป็นสถานการณ์คล้ายๆ กัน แต่ต่างกันตรงที่ว่า เขาเพิ่งมาอยู่กับไก่เดือยทองไม่กี่เดือน ไม่เหมือนกับช่วงย่ำแย่ในการคุมทีมก่อนๆ ที่มาดีแตกเอาทีหลัง
เอาเข้าจริงก่อนที่ เคน กับ ซอน จะบาดเจ็บ ผลงานของคลับไก่ก็ใช่ว่าจะดีนัก และสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือทีมไก่เดือยดอง เหมือนจะเข้าสู่ช่วงขาลงมาตั้งแต่ผิดหวังในเกมชิงเจ้ายุโรปซีซั่นก่อนแล้ว
ตารางคะแนนก่อนเข้าสู่โปรแกรม 10 นัดสุดท้าย ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ รั้งอันดับ 7 ตามหลัง เชลซี ที่อยู่ที่ 4 ถึง 5 แต้ม แถมยังมีโอกาสโดนทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แซงด้วย หากทีมดาบคู่ไม่พลาดคว้าชัยในเกมนัดตกค้าง
แน่นอนว่ามันยังไม่ใช่ช่องว่างที่ห่างเกินจะพลิกสถานการณ์กลับมาติดท็อปโฟร์ แต่จากสภาพทีมของไก่เดือยทองตอนนี้ และอาการ “หมดมุก” ของ มูรินโญ่ มันดูเหมือนว่าโอกาสที่จะผิดหวังมีสูงกว่า
เราเห็นกันแล้วว่า สเปอร์ส ที่ไร้กองหน้า แทบจะไม่ต่างอะไรกับทีมที่ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย
แล้วถ้าสโมสรอดไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาจะเอาเงินที่ไหนมาให้โค้ชจอมบ่นสร้างทีมต่อให้มันดีกว่ายุคของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ในเมื่อ แดเนียล เลวี่ ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นประธานสโมสรจอมขี้เหนียว
ว่าแล้วก็น่าตั้งคำถามเหมือนกัน ว่าสุดท้ายการตัดสินใจไล่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ออกไปเมื่อ 4 เดือนก่อน เพื่อให้กุนซือจากแดนฝอยทองเข้ามาแทน คือเรื่องที่ถูกต้องแล้วของสโมสรจริงหรือไม่?
หรือสุดท้าย โชเซ่ มูรินโญ่ จะเป็นกุนซือที่หมดความเป็น “ผู้วิเศษ” แล้วจริงๆ?

 

คลิกเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านเพิ่มเติม >>>  https://goshengourmetcafe.com/